Posted by: Jaotualek in: ● May 26, 2007
จับใจ
ฐิตินาถ ณ พัทลุง thelifecompass@yahoo.com
อาจารย์ครับ
ผมอ่าน ‘เข็มทิศชีวิต’ เมื่อสองปีที่แล้ว ได้มาเจอในเวบลานธรรม ว่า อาจารย์ตอบจดหมายในกรุงเทพธุรกิจ ดีใจมากเพราะรู้ว่าอาจารย์ปลีกวิเวกไปอยู่ แถวภูเขาอะไรก็ไม่รู้ไกลๆ
ผมกำลังรู้สึกหมดกำลังใจมาก ทำไมยุคนี้ถึงเป็นยุคของคนชั่วได้ดี คนดีโดนรังแก
มันรู้สึกโกรธ แต่ทำอะไรไม่ได้ คับแค้น แต่ไม่มีทางออก
ผมควรทำอย่างไรครับ
สวัสดีค่ะ
อย่าเรียกหาความยุติธรรมเลย ทุกสิ่งทุกอย่างจะยุติธรรมกับแต่ละคนในเวลาที่ ‘เหมาะสม’ ไม่ใช่เวลาที่ ‘ต้องการ’
ถ้าคุณรู้สึกโกรธ ให้รู้ไว้เถอะ ว่าเวลาที่เรากำลังจะโกรธใคร เป็นเวลาเป็นโอกาสที่ดีที่สุด ที่จะได้สำรวจ ความยึดถือ ว่าเรากำลังยึดอะไรอยู่
ยึดความอยาก ความเห็น ความถือตัว ไว้เป็นชนวนระเบิดของความโกรธ ใครมากระทบตัวเรา ของๆ เรา ทำผิดไปจากความเห็นเรา ว่ามันน่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ หรือเราแอบมีความคาดหวัง ความอยากอะไร แล้วไม่สมอยาก ความโกรธก็ระเบิดออกมา
เรามีข้อแก้ตัวให้ตัวเองเสมอ ว่าคนคนนั้นสมควรถูกโกรธ เป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเองเพาะเลี้ยงกิเลส เก็บซ่อนไว้ในใจอย่างดี ว่าฉันดี ฉันถูก ฉันทำในสิ่งที่ถูกต้อง ฉันเป็นผู้ถูกกระทำ
ทั้งๆ ที่ฉันนั่นแหละ กำลังมีความอยากแล้วไม่สมดังใจ ก็ปล่อยพิษร้ายมาทำลาย ทำร้ายคนอื่นและตัวเอง
มีตัวอย่างของคนที่ไม่ยอมให้โลกเหยียบ มีวิธีการจัดการกับปัญหาและสถานการณ์แวดล้อมที่บีบคั้นได้อย่างน่าสนใจมากๆ คือ หนังสือ ‘บริหารจินตนาการ’ โดย อาจารย์ สุกรี เจริญสุข เป็นกรณีศึกษาวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่หนัง Season Change ไปถ่ายทำ
ลองฟังตัวอย่าง วาทะ ท่านดู
“อย่าคาดหวังว่า ผมจะเป็นคนที่มีความยุติธรรม…เพราะผมชอบคนดี และผมเกลียดคนไม่ดี เมื่อผมรู้สึกชอบและรู้สึกเกลียดแล้ว จะให้ผมมีความยุติธรรมได้อย่างไร และคุณมีสิทธิอะไรที่มาเรียกร้อง และยัดเยียดความยุติธรรมให้กับผม”
“กรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี แต่คนดีของกรุงศรีอยุธยามาตอนกรุงแตก”
“ยามศึกเรารบ ยามสงบเรารบกันเอง”
“ความรู้เป็นโลกอดีต จินตนาการเป็นโลกอนาคต”
“ทำสงครามเศรษฐกิจให้ชนะ จะต้องชนะวัฒนธรรมก่อน” นี่แค่หัวข้อ เนื้อหายิ่งสนุก
ถ้าเราคิดว่าเราอยู่ในสถานการณ์จำกัด ลองดูวิธีคิด วิธีวางใจของคนที่ต้องสร้างปาฏิหาริย์ ในกรอบของระบบราชการไทย
ความเห็นถูก เป็นจุดเริ่มต้น ของชีวิตที่ดี อิ่มเต็มบริบูรณ์ นอกจากหมั่นรู้ทันกิเลสร้ายที่แฝงตัว พาเราเบี่ยงเบนจากเป้าหมายที่แท้จริงแล้ว ถึงเวลาที่คนไทยจะเปิดโอกาสให้เมล็ดพันธุ์ แห่งความคิดสร้างสรรค์ ที่มีพื้นฐานมีรากอยู่ในตัวคนไทยเองไม่ต้องยืมฝรั่งมาสวมทั้งดุ้น ทั้งที่รู้ว่ามันไม่เข้า ไม่พอดีกับเรา
พอเพียง เพียงพอ ด้วยปัญญาเข้าใจ ยืนอยู่บนขาตัวเองได้ ทั้งทางโลก ทางธรรม
หมายเหตุ : ผู้อ่านท่านใด ไม่ต้องการให้ตอบในหน้าหนังสือพิมพ์ กรุณาบอกมาด้วย แต่ตอบส่วนตัว อาจจะนานจนคนถามลืมไปเลย
จากหนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ พ.ค’ 50