Posted by: Jaotualek in: ● May 26, 2007
จับใจ
ฐิตินาถ ณ พัทลุง (thelifecompass@yahoo.com)
มีผู้อ่านกรุงเทพธุรกิจเขียนมาถามว่า เจอเจ้านายกับเพื่อนที่ทำงานเป็นคนเลวร้ายเหลือเกิน ทั้งใส่ร้ายป้ายสี นินทา พูดขาวเป็นดำ พูดความดีที่เราทำ จนกลายเป็นความชั่ว คับแค้นใจ แต่รักงานที่ทำมาก เลยไม่อยากหนีด้วยการออกจากงาน ควรทำยังไงดี
คำตอบก็คือ อย่าหนีเลย หนีไปไหนก็เจอ มนุษย์เราแต่ละคนมีความทุกข์มาก ทุกข์ที่เกิดจากร่างกาย ทุกข์ที่เกิดจากจิตใจ ไม่รู้จะหนีไปทางไหน หลายคนเลยเลือกที่จะเพ่งโทษทำร้าย ใส่ร้ายนินทา ทำให้คนอื่นดูแย่ เพื่อให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นชั่วคราว
ถ้าเรามองเหตุการณ์ด้วยใจที่เปิดกว้าง เหมือนเราเป็นคนอื่นมองเข้ามา ลองสังเกตดูจะพบว่า คนที่นินทาว่าร้ายคนอื่นตลอดเวลา ถ้าเขาเองเป็นคนหวาดกลัว หวาดระแวง ขาดความมั่นคงทางใจและกลัวคนทำร้ายที่สุด
ความกลัวในใจนี่เอง เป็นแรงผลักให้เขาทำร้ายคนอื่นก่อน เพื่อป้องกันตัวเอง เราอาจจะรู้สึกขำ ไม่เข้าใจ ว่าเป็นไปได้อย่างไร กลัวคนทำร้าย อยากให้คนรัก แต่กลับทำร้ายคนอื่นก่อนตลอดเวลา แล้วจะไม่โดนทำร้ายกลับ จะมีมิตรภาพที่แท้จริงได้อย่างไร
อาจจะน่าขำ แต่ความจริงก็เป็นอย่างนี้ ถ้าเราไม่ฝึกหัดรู้ทันจิตใจตัวเอง ว่าความรู้สึกอะไรกำลังบงการพฤติกรรมของเราอยู่ เราก็จะแก้ปัญหาโดยสร้างปัญหาใหม่ที่ใหญ่ขึ้น
มีคนมากมายที่อยากให้แฟนมารักมากอด แต่กลับทำงอนพูดประชดประชันจนเขาต้องเดินหนี หรือไม่มีเงินใช้หนี้ เลยไปกู้เงินที่ดอกเบี้ยแพงกว่าจะจ่ายหนี้เก่า เลยมีหนี้ก้อนใหม่ที่ใหญ่ขึ้นทุกวัน หรือกลัวคนอื่นทำร้าย พูดให้ร้ายตัวเอง เลยต้องนินทาใส่ร้าย เพื่อลดเครดิตของคนอื่นไว้ก่อน
พอเราเห็นว่ากิเลสคอยบงการพฤติกรรมให้ออกนอกลู่นอกทางได้ขนาดนี้ เราก็จะคอยหมั่นตรวจสอบจิตใจตัวเอง เป็นทุกข์เดือดร้อนทุรนทุราย น่าสงสาร เพราะคนที่ทำร้ายคนอื่นได้นั้น ตัวเราจะถูกเผาไหม้ เดือดร้อนทุกข์ทรมานที่สุดก่อนใครใคร
เมื่อเราเกิดความเมตตาทั้งต่อตัวเองและต่อคนอื่น ใจเราก็อ่อนโยนลง สามารถแก้ปัญหาภายนอกได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม เราอาจไม่สามารถเปลี่ยนแปลงปัญหา ทำให้อะไรดีขึ้นได้มากนัก เพราะปัญหาภายนอกมีปัจจัยมากมายที่เราไม่สามารถควบคุมได้
แต่ปัญหาความขัดแย้ง ความทุกข์ ไม่สบาย ภายในใจของเราเอง เป็นเรื่องของเราล้วนๆ ที่เราสามารถมองลงไปให้เห็นว่า เราเป็นทุกข์เดือดร้อนเพราะความรักตัวเอง กลัวตัวเองจะได้รับความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ
เห็นใจที่คอยหยิบฉวยความคิด มาคิดทิ่มแทงตัวเอง หยิบเหตุการณ์ การกระทำ คำพูดของคนอื่น มาทำร้ายตัวเอง เมื่อเฝ้าดูไปเรื่อยๆ เราจะพบว่า ทุกความคิด ทุกความรู้สึกเป็นของชั่วคราว ไม่มีอะไรคงทนถาวร คือมีน้ำหนักในใจเราได้อย่างแท้จริง ถ้าเราไม่เผลอไปแบกไว้
การหมั่นคอยสังเกตความรู้สึก ความสุข ความทุกข์ การทำงานของจิตใจ จนเห็นทุกอย่างเป็นของชั่วคราว ความยึดถือในความคิด ความอยากให้เป็นอย่างใจของเรา ก็จะเบาบางลง ความทุกข์ก็จะหดสั้นเหลือเป็นขณะขณะ มีน้ำหนักเบาบางลง เป็นศิลปะในการมีชีวิต ที่มีความทุกข์น้อยลงอย่างแท้จริง
จากหนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ ก.พ’ 50